การรดน้ำต้นไม้ที่ถูกวิธี

เคยสังเกตกันไหมว่าทำไมต้นไม้ใบหญ้าในสวนบ้านเราถึงได้เหี่ยว เหลือง ไม่เขียวชอุ่ม ทั้ง ๆ ที่ก็รดน้ำต้นไม้จนชุ่มฉ่ำทุกวัน หนำซ้ำต้นไม้บางต้น หรือต้นหญ้าบางหย่อมยังพากันเหี่ยวตายเป็นหลักฐานทิ้งไว้ซะอีก เอ๊ะ หรือจะเป็นเพราะเรารดน้ำต้นไม้ไม่ถูกวิธีกันอยู่รึเปล่านะ ถ้ากำลังสงสัยอย่างนี้เหมือนกัน เอาเป็นว่ามาดูวิธีรดน้ำต้นไม้ที่ถูกต้องกันก่อนดีกว่า


การรดน้ำต้นไม้ที่ถูกวิธี
         ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า ต้นไม้ทุกต้นไม่ได้ต้องการน้ำในปริมาณที่เท่ากัน ต้นไม้บางชนิดชอบน้ำมาก เช่น ต้นราตรี ไผ่ คัดเค้า พุทธรักษา โมก หมากแดง ดาหลา เป็นต้น แต่ต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำเลยก็มี เช่น ต้นเฟื่องฟ้า กระบองเพชร ลีลาวดี ดังนั้นก่อนจะเลือกปลูกต้นไม้ก็ควรต้องศึกษาข้อมูลพื้นฐานของต้นไม้แต่ละชนิดก่อน เพื่อให้เรารดน้ำ ใส่ปุ๋ย รวมทั้งบำรุงดูแลต้นไม้ทุกต้นได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้การจะรดน้ำให้ต้นไม้ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ต่อไปนี้ด้วยค่ะ

 
ต้นกล้า
         สำหรับใครที่ปลูกต้นกล้าที่เพิ่งเพาะพันธุ์ ควรต้องรดน้ำให้มาก ๆ เอาไว้ก่อน แม้ว่าดินจะดูชุ่มชื้นดีก็ตาม เพราะต้นกล้าเป็นพืชที่ยังโตไม่เต็มที่ รากของต้นกล้าดูดน้ำจากใต้ดินไม่ค่อยถนัดเท่าไร ฉะนั้นจึงต้องรักษาความชื้นในดินรอบ ๆ โคนต้นไม้อยู่เสมอ


 พืชที่ปลูกแนวตั้ง
         การปลูกพืชแบบแนวตั้ง หรือการปลูกพืชให้เป็นสวนริมรั้วกำแพง เป็นไอเดียการปลูกต้นไม้ที่สวยและแปลกใหม่ก็จริง แต่ข้อเสียก็คือ ต้นไม้จะไม่ค่อยได้รับน้ำฝน และน้ำค้างจากอากาศมากเท่าที่ควร เพราะถูกกำแพงและชายคาบ้านบดบัง ดังนั้นดินปลูกต้นไม้เหล่านี้จะแห้งมาก ซึ่งการแก้ปัญหาก็คือ ควรจะปลูกต้นไม้ให้ห่างจากรั้วกำแพงประมาณ 45 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นไม้พ้นจากเงาของกำแพง อีกทั้งก็ต้องรดน้ำให้มากขึ้นอีกนิด และควรปลูกพืชคลุมดินเอาไว้รอบ ๆ โคนต้นด้วยค่ะ

 พืชที่ปลูกด้วยการเพาะเมล็ด
         ถ้าเลือกปลูกพืชด้วยการหว่านเมล็ด จะต้องให้ความชุ่มชื้นกับดินและเมล็ดพืชที่ปลูกอยู่เสมอ เพราะหากว่าดินแห้งขาดน้ำ รากก็จะตายได้ง่าย ๆ เลยทันที ฉะนั้นทางที่ดีต้องนำกระถางที่เพาะเมล็ดวางไว้ในน้ำเลย หรืออย่างน้อย ๆ ก็ต้องรดน้ำต้นไม้ให้ชุ่ม และหาพืชคลุมดินมาป้องกันความชื้นให้ต้นไม้ด้วย

 ไม้จำพวกสน
         สนทุกชนิดเป็นพืชที่ชอบน้ำมาก บางชนิดขาดน้ำแล้วล้มตาย ไม่งอกขึ้นมาอีกเลย หรือมีบางพวกที่ทนความแล้งได้บ้าง ซึ่งถ้าคิดจะปลูกต้นสน ก็ควรต้องปลูกในพื้นที่ชุ่มน้ำพอสมควร และพยายามให้น้ำเขาเยอะ ๆ ด้วยนะจ๊ะ

 

 สนามหญ้า
         ถ้าเพิ่งปูหญ้าให้สนามหญ้าใหม่ ๆ ต้องหมั่นรดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ จนกว่าต้นหญ้าจะยึดหน้าดินได้ เพราะถ้าหญ้าได้รับน้ำน้อย ใบหญ้าจะเหลืองแห้ง ไม่สวยงาม แต่ก็จะไม่ถึงกับล้มตาย เพียงแค่ต้องรอให้ต้นหญ้าได้รับน้ำฝนก่อนจึงจะฟื้นฟูและกลับมาเขียวชอุ่มได้อีกครั้ง

 ผักและผลไม้ใกล้เก็บเกี่ยว
         ใครปลูกผักและผลไม้ที่ให้ผลผลิต ควรต้องรดน้ำต้นไม้ให้ชุ่มกว่าปกติ ในช่วงที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยเฉพาะถ้าสังเกตเห็นต้นไม้ออกดอกสวยงาม ใกล้จะออกเป็นลูกอ่อน ๆ แล้ว เพื่อเสริมให้ต้นไม้ออกดอกออกผลที่สวยงามมากขึ้น

 กุหลาบพันปี
         ต้นกุหลาบพันปีเป็นพืชที่ชอบน้ำมากเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน หรือในวันที่มีแดดจัด ๆ ก็ควรรดน้ำต้นไม้ให้มากกว่าเดิม และพยายามหันปากใบเข้าเงาร่มให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันต้นกุหลาบพันปีคายน้ำมากเกินไป

 ต้นไม้ในกระถาง
         สำหรับต้นไม้ที่ปลูกในกระถาง ก็ควรต้องรดน้ำให้มาก เนื่องจากดินในกระถางมีชั้นดินที่ตื้นกว่าพื้นดินธรรมดา ทำให้น้ำซึมหาย และแห้งเหือดได้เร็วกว่า รากต้นไม้ก็อาจจะดูดซึมน้ำได้ไม่เพียงพอ ยิ่งถ้าเข้าช่วงหน้าร้อน ก็ต้องรดน้ำมากขึ้นเป็น 2 เท่า และหมั่นสำรวจความชื้นในดินอยู่เสมอด้วย

        
 นอกจากนี้การรดน้ำที่ถูกต้องควรรดในช่วงเช้า หมั่นรดน้ำต้นไม้ทุกวัน เพราะในตอนเช้าอากาศและความชื้นที่พอดีจะช่วยให้ต้นไม้รับน้ำได้เต็มที่มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ดินมีความชื้นในระดับที่พอดีได้ตลอดทั้งวัน แต่ถ้าเลือกรดน้ำต้นไม้ในตอนเย็น แดดร่มลมตก อากาศไม่ร้อนมากก็จริง แต่ก็เสี่ยงที่ความชื้นในดินจะมีมากเกินไป จนเปิดโอกาสให้เหล่าเชื้อรา และแบคทีเรียมากัดกินรากต้นไม้ตายได้

        
 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะทำให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีต้องครอบคลุมทั้งความสมบูรณ์ของแร่ธาตุและสารอาหารภายในดิน ปริมาณน้ำ แสงแดด และปุ๋ยด้วยนะคะ ถ้าดูแลได้ครบรอบด้านอย่างถูกวิธี ต้นไม้ก็จะเติบโตได้อย่างสวยงามแน่นอนจ้า


ที่มา : http://home.kapook.com/view71219.html